sbobet

เพิ่มเพื่อน LINE : @777sbo / CALL : 08-44-9990 77, 88 , 99

ส่อง 12 สนามแข่ง ฟุตบอล ยูโร 2020 ศึกฟุตบอลชิงแชมป

ส่อง 12 สนามแข่ง ฟุตบอล ยูโร 2020 ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 16

Mar 10, 2019 / 15:25   อ่าน : 294

ฟุตบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ " ฟุตบอลยูโร" เป็นการจัดการแข่งขันครั้งที่ 16 โดยประกาศคัดเลือกไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ.2014 ว่าจะใช้เจ้าภาพถึง 13 ประเทศในยุโรปเพื่อเป็นการจัดฉลองในวาระครบรอบ 60 ปีของการจัดการแข่งขันรายการนี้ด้วย โดยยูฟ่าได้มีการลงมติกันว่าในครั้งนี้จะใช้สนามจัดการแข่งขันจากเจ้าภาพทุกทีม ก่อนที่ทาง เบลเยี่ยมจะถูก ยูฟ่า ตัดสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้เนื่องจากสนามฟุตบอลไม่สามารถสร้างเสร็จได้ทันตามกำหนดการ์ณทำให้เหลือเพียง 12 สนามแข่ง ฟุตบอล ยูโร 2020 ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 16 จะมีชาติไหนบ้างมาดูกันครับ

  1. อาเซอร์ไบจาน
  2. เดนมาร์ก
  3. อังกฤษ
  4. เยอรมัน
  5. ฮังการี
  6. ไอร์แลนด์
  7. อิตาลี
  8. เนเธอร์แลด
  9. โรมาเนีย
  10. รัสเซีย
  11. สกอตเลนด์
  12. สเปน

การใช้ 12 สนามแข่ง 12 ทีมเจ้าภาพ ไม่ได้หมายความว่าทีมเจ้าภาพจะมีอภิสิทธิ์ได้โควตารอบสุดท้ายแบบอัตโนมัติแต่อย่างใด นั่นหมายความว่าแม้ว่าจะได้ใช้สนามในประเทศใดประเทศหนึ่งที่เป็นเจ้าภาพ แต่ทีมตัวแทนประเทศนั้นๆ อาจจะตกรอบไปแล้วก็ได้ ก่อนหน้านี้มีสนามฟุตบอล 13 แห่งจาก 13 ประเทศที่ผ่านการคัดเลือก แต่สุดท้ายแล้ว ยูฟ่า ก็สั่งริบสิทธิ์ เบลเยี่ยม เนื่องจากทำการสร้างยูโรสเตเดี้ยมล้าช้ากว่ากำหนด มาดูกันว่า สนามที่ใช้ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้มีที่ไหนบ้าง


12 สนามแข่ง ฟุตบอล ยูโร 2020 ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 16 มีประเทศไหนบ้าง?

1. สนามกีฬาแห่งชาติบากู (Baku National Stadium) กรุงบากู ประเทศอาร์เซอร์ไบจาน

เป็นที่รู้จักกันในชื่อของสนามกีฬาโอลิมปิกบากู ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ปี 2011 ใช้เวลาถึง 4 ปีในการสร้างสนามแห่งนี้เพื่อใช้เป็นสนามหลักในการแข่งขัน ยูโรเปี้ยนเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่อาเซอร์ไบจานเป็นเจ้าภาพ ก่อนที่จะกลายเป็นสนามเหย้าของฟุตบอลทีมชาติอาเซอร์ไบจาน เพราะเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีทั้งหมด 68,700 ที่นั่ง


2. สนาม พาร์เคน สเตเดียม (Parken Stadium) กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนามาร์ก

หลายคนจะคุ้นหูกันในชื่อ เทเลีย พาร์เคน (Telia Parken) ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1990 ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปีในการสร้าง ด้วยความจุที่นั่ง 38,065 ที่นั่ง เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเอฟซี โคเปนเฮเกนและทีมชาติเดนมาร์ก ก่อนที่จะปรับปรุงเพื่อเพิ่มจำนวนที่นั่งให้มากขึ้นเพื่อความเหมาะสมสำหรับการใช้สนามในการแข่งขัน EURO 2020 นี้ เป็น 50,000 ที่นั่ง


3. สนามกีฬาเวมบลีย์ (Wembley Stadium) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

บางครั้งมักจะถูกเรียกว่า นิวเวมบลีย์ เพื่อให้ชื่อต่างจากสนามเดิม เป็นสนามที่ถูกสร้างทับจากสนามเดิมที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1922 ก่อนจะก่อสร้างใหม่อีกครั้งเมื่อปี 2003 เสร็จสิ้นในปี 2007 ด้วยความจุ 90,000 ที่นั่ง (รวมการยืนชมจะมีความจุ 105,000 คน) ถือว่าเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของยุโรป อีกทั้งยังเป็นสนามเหย้าของฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ


4. อัลลีอันทซ์อาเรนา (Allianz Arena) กรุงมิวนิค ประเทศเยอรมนี

มีชื่อเล่นว่า “เรือยาง” แต่เดิมใช้ชื่อว่า ฟีฟ่า เวิร์ลด์คัพ สเตเดียม มิวนิก (ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2006) เริ่มสร้างในปี 2002 เปิดให้ใช้ครั้งแรกเมื่อ 30 พฤษภาคม 2005 มีความจุสูงสุด 75,000 ที่นั่ง จุดเด่นของสนามแห่งนี้ก็คือ สามารถเปลี่ยนสีตัวอาคารในตอนกลางคืนได้ 3 สี คือ ขาว- แดง – น้ำเงิน ปัจจุบันเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิก


5. เฟเรนซ์ ปุสกัส สเตเดียม (New Ferenc Puskas Stadium) นครบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี (สนามใหม่)

แต่เดิมสนามแห่งนี้เป็นสนามที่สร้างขึ้นเพื่อให้เกียรติแด่ เฟเรนซ์ ปุสกัส ตำนานนักเตะของฮังการี แต่ได้ถูกปิดตัวลงแล้วจากนั้นก็ได้มีการจัดสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มสร้างในปี 2017 และกำหนดให้เสร็จสิ้นในปี 2019 นี้ เพื่อให้พร้อมกับการแข่งขันฟุตบอลยูโร ซึ่งสนามแห่งนี้จะมีความจุอยู่ที่ 67,889 ที่นั่ง


6. อวีวา สเตเดียม (Aviva Stadium) กรุงดับลิน ประเทศสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (สนามใหม่)

เป็นสนามที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแทนที่สนามกีฬาแลนส์ดาวน์ โร้ด ซึ่งเป็นสนามเหย้าของฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ มีคำสั่งให้เริ่มก่อนสร้างตั้งแต่ปี 2007 และให้แล้วเสร็จเปิดใช้งานอีกครั้งในช่วงปี 2009-2010 สำหรับการแข่งขันฟุตบอลยูโรที่จะถึงนี้ สามารถจุผู้ชมได้ 51,700 ที่นั่ง


7. สตาดิโอ โอลิมปิโก (Stadio Olimpico) กรุงโรม ประเทศอิตาลี

เป็นสนามที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1936 มักจะถูกเลือกใช้ให้เป็นสนามแข่งขันกีฬาสำคัญระดับโลก มาตั้งแต่อดีต เช่น โอลิมปิกฤดูร้อน 1960 ,ฟุตบอลโลก นัดชิงชนะเลิศ ปี1990 หรือจะเป็นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศถึง 4 ปี สนามแห่งนี้เคยปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ 2007 ทำให้มีความจุลดลงเหลือ 72,698 ที่นั่งจากเดิม 82,922 ที่นั่ง ปัจจุบันเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลลาซิโอ และ สโมสรฟุตบอลโรม่า


8. โยฮัน ไกรฟฟ์ อาเรนา (Amsterdam Arena) กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

สนามแห่งนี้มีอีกชื่อที่ทุกคนรู้จักกันก็คือก็คือ อัมสเตอร์ดัม อาเรนา ถูกสร้างขึ้นในปี 1993 ใช้เวลา 3 ปีในการสร้าง เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ปี 1996 ได้รับการขนามนามว่าเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ มีความจุอยู่ที่ 52,342 ที่นั่ง เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลอาเอฟเซ อายักซ์ ก่อนเปิดฤดูกาลที่ 2018-2019 ทางสโมสรได้เปลี่ยนชื่อสนามให้เป็น โยฮัน ไกรฟฟ์ อเรนา เพื่อเป็นเกียรติแด่ โยฮัน ไกรฟฟ์ ตำนานนักเตะของสโมสรที่เสียชีวิตลงเมื่อปี 2016


9. เนชั่นแนล อารีน่า (Arena Nationala) กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย

ถ้าออกเสียงแบบโรมาเนียชื่อสนามแห่งนี้จะมีชื่อว่า อารีน่า เนชั่นนาล่า ซึ่งเป็นสนามกีฬาแห่งชาติของโรมาเนีย สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี 2008 และเป็นให้ใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กันยายน ปี 2011 มีความจุ 55,634 ที่นั่ง ปัจจุบันใช้เป็นสนามเหน้าของสโมสรฟุตบอลสเตอัว บูคาเรส , ดินาโม บูคาเรสต์


10. สนามกีฬาเครสตอฟสกี (Krestovsky Stadium) กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย

ชื่ออย่างเป็นทางการของสนามแห่งนี้ก็คือ สนามกีฬาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หรือ เซนิต อารีนา เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2007 กำหนดการเดิมที่ต้องเสร็จสิ้นก็คือ ปี 2008 แต่ก็มีเหตุให้ต้องเลื่อนออกไปอยู่หลายครั้ง จนได้ฤกษ์เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2017 เพื่อใช้รองรับการแข่งขันฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2017 สนามแห่งนี้สามารถจุคนได้สูงสุด 67,000 ที่นั่ง ปัจจุบันเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเซนิตเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก


11. แฮมป์เดนพาร์ก (Hampden Park) กรุงกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์

สนามฟุตบอลที่มีชื่อเรียกง่ายๆ ว่า แฮมป์เดน เปิดใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม ปี 1903 เป็นสนามเหย้าของสโมสรควีนส์พาร์ก เอฟซี และทีมชาติสก็อตแลนด์ ได้มีการปรับปรุงที่นั่งอีกครั้งเมื่อปี 1999 ปัจจุบันสามารถรองรับผู้ชมได้ 52,063 ที่นั่ง เคยใช้จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2002 และ ยูฟ่า คัพ


12. ซาน มาเมส สเตเดียม (San Mames Stadium) กรุงบิลบาโอ ประเทศสเปน

สนามกีฬาแห่งนี้สร้างขึ้นมาแทนที่สนามกีฬาเดิมซึ่งเป็นของเหย้าของสโมสรฟุตบอลแอทเลติก บิลเบา เริ่มก่อนสร้างเมื่อปี 2010 ใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2013 สามารถรองรับผู้ชมได้สูงสุด 53,332 ที่นั่ง


ใครมีโอกาสได้เที่ยวใกล้ๆ 12 สนามแข่ง ฟุตบอล ยูโร 2020 ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 16 หรือยังไม่รู้จะไปเชียร์ทีมไหน ก็ลองดูรายละเอียดสนามแต่ละประเทศนะครับ ว่าจะต้องติดตามหรือเดินทางไปที่สนามแห่งใด แล้วพบกับบทความฟุตบอลยูโร 2020 กันต่อ ซึ่งจะฟาดแข้งกันเร็วๆนี้

สนใจเริ่ม แทงบอลออนไลน์ หรือ สอบถามข้อมูลต่างๆ ผ่านช่องทางด้านล่างได้ตลอด 24 ชั่วโมง

>> Update ทางเข้า Sbobet 2019 <<<

Call Center : 08-44-9990 77, 88 , 99

LINE : @777sbo ** ใส่ @ ด้านหน้าด้วย


Tags : euro, euro2020, ยูโร, ยูโร2020
qrcode